เมื่อเข้ามาในงานพิพัฒน์ก็ขอตัวไปทักทายคนรู้จัก ตอนแรกเขาจะพาคริมาไปด้วยแต่เธอปฎิเสธ เพราะยังไม่อยากสวมหน้ากากเข้าหาใครในงานวันนี้ เธอพยายามมองหาเพื่อนอีกสองคนแต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงา คริมาเดินเข้าไปที่ซุ้มๆ หนึ่งที่ถูกจัดไว้เป็นซุ้มเครื่องดื่ม เธอตั้งใจว่าหลังจากได้เครื่องดืมแล้วเธอจะเดินไปหามุมสงบๆ ยืนรอเพื่อน ระหว่างที่เธอยื่นมือเรียวออกหมายจะหยิมเครื่องดืมตรงหน้านั้น ก็มีมือหนาใหญ่ของใครคนนึ่งยื่นมาที่แก้วใบเดียวกับเธอ หญิงสาวหันไปมองตามมือก็พบกับชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ แต่งตัวด้วยสูทหรูราคาแพงทับเสื้อเชิตสีฟ้าน้ำทะเลผมถูกหวีไว้อย่างเรียบร้อย แต่ที่หญิงสาวรู้สึกสะดุดตาที่สุดเห็นจะเป็นดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ฉายแววอ่อนโยนมาให้ จนทำให้เธอเผลอมองอยู่ตั้งนาน
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าครับ" ชายหนุ่มถามหลังจากเห็นหญิงเงียบไม่ยอมพูดอะไร"
"อ๋อ เปล่าค่ะ" หญิงสาวพูดได้แค่นั้นก็ใบ้กิน
"เชิญคุณก่อนเลยครับ"
"คะ" คริมาถามขึ้นอย่างงงๆ เมื่อธีธัทเห็นใบหน้าเธอที่แสดงความไม่เข้าใจออกมาอย่างชัดเจนก็ขำขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะพูดให้เธอเข้าใจว่า
"ผมหมายถึงเครื่องดื่มครับ" พูดพร้อมกับส่งแก้วเจ้าปัญหาให้เธอก่อน
คริมารับแก้วนั้นมาแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ "ขอบคุณค่ะ" ชายหนุ่มยิ้มให้กับท่าทางนั้นแล้วเขาก็หันไปหยิบเครื่องดื่มของตัวเอง
"คนเยอะดีนะครับ" ธีธัทชวนคุยตามภาษาคนมีมนุษยสัมพันธ์ดี เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มบางๆ ไปให้หญิงสาว โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เลยว่าไอ้รอยยิ้มอบอุ่นที่ส่งมาให้นะมันทำให้หัวใจคริมามีจังหวะแปลกโดยที่เจ้าของก็ไม่เข้าใจ
"ค่ะน่าดีใจแทนยายมินนะค่ะที่มีคนมาแสดงความดีใจกันเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่แปลกยายมินเป็นคนดี" หญิงสาวพูดไปก็ยิ้มไป
ธีธัทแปลกใจกับสิ่งที่เขาได้ยินจึงถามเธอออกไปว่า "คุณเป็นเพื่อนคุณมินหรอครับ" เมื่อถามไปแล้วก็นึกได้ว่าไม่ควรจึงรีบพูดว่า "เอ่อ ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ" ก็จะไม่ให้เขาคิดแบบนั้นได้ไงหล่ะดูท่าทางการแต่งตัวของเธอแล้วเปรี้ยวซะขนาดนั้น ที่แรกเขานึกว่าเธอเป็นอดีตเพื่อนสนิทของนนท์ด้วยซ้ำ
คริมาหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า "ไม่เป็นไรค่ะฉันชินแล้ว คนมักคิดว่าฉันไปบังคับให้ยายมินมาคบฉันเป็นเพื่อนเพื่อที่จะสร้างภาพให้ตัวฉันดูดี" เธอพูดไปก็แล้วก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อปกปิดเศร้าไม่ให้ใครเห็น ก่อนที่ตัวเองจะต้องแปลกใจตัวเองว่าทำไมถึงได้กล้าพูดความในใจออกไปกับคนแปลกหน้าแบบนี้
"ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอกครับ" เขาพูดพร้อมกับส่งยิ้มอย่างให้กำลังใจ เพราะหญิงสาวดูหงอยลงหลังจากพูดประโยคนั้นจบ
"ขอบคุณค่ะที่ให้กำลังใจ" เธอขอบคุณจากใจจริง
"ผมขอตัวก่อนนะครับ" ธีธัทพูดหลังจากหันไปเห็นเพื่อนโบกมือเรียก "ยินดีที่ได้พบนะครับ"
"เช่นกันค่ะ" แล้วชายหนุ่มก็เดินจากไปโดยมีสายตาของคริมามองตามไปก่อนที่เธอจะบ่นกับตัวเองเบาๆ "แปลกจัง" เธอก็ไม่ได้หวังให้ใครมาแสดงความคิดเห็นกับคำเปรยกับตัวเองหรอก แต่ก็ยังอุตสาห์มีจนได้ ซึ่งก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก
"แปลกอะไรตรงที่เขาไม่สนใจคีหรอ" พิพัฒน์เดินเขามายื่นแทนที่ชายหนุ่มคนที่เพิ่งเดินจากไป
"เปล่าย่ะ ฉันแค่รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเจอกันที่ไหนก็เท่านั้นเอง" คริมาตอยโดยที่แววตาก็ยังคงฉายแววครุ่นคิดอยู่
"เคยเจอในฝันเปล่า อะไรกันคุณคริมาแอบฝันถึงผู้ชายหรอ" พิพัฒน์ส่งยิ้มกวนๆ ไปให้
"ขอโทษย่ะคนอย่างฉันไม่เคยฝันถึงผู้ชายที่ไหน" คริมาแว๊ดกลับ
"รู้อยู่แล้วล่ะเพราะคีนะแอบชอบพัทอยู่ใช่มั้ย" ชายหนุ่มกอดอกด้วยท่ามันอกมันใจ ทำให้คริมาเบ้หน้าทันที่ที่ได้ยินเช่นนั้นก่อนจะตอบไปว่า
"ตื่นได้แล้วค่ะคุณพิพัฒน์ ดิฉันคงยังไม่โชคร้ายขนาดนั้นหรอกค่ะ" ทั้งคู่ยังคงเถียงกันต่อไปโดยไม่มีใครสังเกตุเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามา ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมภาพความสนิทสนมของสองคนนี้ ถึงทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดแบบนี้
"แพรดาว" พิพัฒน์เรียกชื่อแพรดาวทันที่ที่เขาหันไปเห็น ซึ่งเป็นผลให้คริมาหันตามไปมอง
"โห้ดาวสวยจังเกือบจำไม่ได้" เธอพูดขึ้นทันที่ที่เห็น วันนี้แพรดาวสวยจริงๆ เธออยู่ในชุดเกาะอกสีชมพูยาวแค่น่องมีริบบิ้นสีชมพูเข้มผูกอยู่ราวหน้าอก ชายกระโปงมีลูกไม้สีชมพูติดอยู่ "เห็นด้วยเปล่าพัท" คริมาหันไปขอความเห็นจากชายหนุ่มข้างกาย
"ใช่สวย สวยมากเลย" พิพัฒน์พูดไปตาก็มองไปที่แพรดาวด้วยประกายตาวิบวับ ทำเอาสาวห้าวทำอะไรไม่ถูกยื่นเขิน หน้าแดงตัวแดงจนแทบจะจุดไฟได้แบบหนังเรื่อง Fantastic Four แล้ว คริมาเลยใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเพื่อนหนุ่มให้รู้ตัวก่อนหันไปกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินแค่สองคน
"มองอยู่ได้ คนเขาเขินหมดแล้ว" พิพัฒน์หันมามองคริมาที่นึ่งก่อน ที่เจ้าตัวจะยื่นหัวเราะเขินๆ อย่างไม่รู้จะทำอะไรดี คริมามองเพื่อนทั้งสองก็ได้แต่ขำ ก่อน เห็นท่าว่าถ้าเธอไม่ทำอะไรก็คงได้ยื่นมองคนขำกับคนเขินอยู่แบบนี้ เธอจึงหันไปถามแพรดาวว่า
"แล้วริตาล่ะอยู่ไหน คียังไม่เจอตัวเลยตั้งแต่มา"
แพรดาวตั้งสติก่อนจะตอบว่า "คงไปยื่นเล็งหนุ่มอยู่แถวนี้แหละ ตั้งแต่เข้างานมาฉันเห็นมันคุยกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า" เธอนินทาเพื่อนตัวเองโดยไม่รู้เลยว่าคนถูกนินทาเดินมาข้างหลังแล้ว
"แกนินทาอะไรฉัน" ริตาแหวทันที่ที่เดินมาถึง
"เปล๊า" แพรดาวปฎิเสธทันที
"ก็ฉันได้ยินเติมสองหูเลย"
"ถ้าแกได้ยินก็ไม่เรียกว่านินทาหรอกย่ะ" เธอเถียงกลับอย่างหน้าตาย ริตาอ่าปากกำลังจะเถียงแต่คริมาก็ขัดขึ้นเสียก่อน
"พอเลยแกสองคนนิวันนี้งานมงคลเลิกเถียงกันเลย" เพื่อนหล่อนสองคนก็เป็นแบบนี้เจอหน้ากันเป็นเถียงกันตลอด แต่สองคนนี้ก็รักกันอย่างไม่น่าเชื่อ
"ก็ได้เห็นแกมินนะ" ทั้งสองพูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พูดจบก็หันหน้ามองกันก่อนแล้วต่างฝ่ายต่างก็ค้อนให้กัน คริมากับพัฒนะหันมายิ้มให้กัน
"นิแกสองคนซื้อของขวัญอะไรให้มินหรอ" คริมารีบเปลี่ยนเรื่องพูด
ริตาทำสีหน้าภูมิอกภูมิใจเล็กน้อยก่อนจะตอบว่า "ชุดนอนสายเดี่ยวซี่ทรูสีแคงแปร๊ดสุกเซ๊กซี่ แล้วแกล่ะคีร่า"
คริมายิ้มน้อยๆ ก่อนตอบ "ทรูพีชตัวจิ๋วสีส้ม"
พวกแกสองคนซื้ออะไรไร้สาระจริงไม่สร้างสรรค์เลย" แพรดาวพูดพร้อมกับส่ายหน้าระอา
"แล้วแกซื้ออะไร" ริตาถาม
"หนังสือ" แพรดาวยักคิ้วให้หนึ่งที่ พร้อมกับทำท่าที่ลับลมคมใน
"หนังสือยายมินแต่งงานนะแก ไม่ได้ไปเรียนต่อถึงได้ซื้อหนังสือให้" ริตาโว้ยวายทันที
แพรดาวเท้าสะเอวหันไปมองริตาก่อนจะเถียงกลับไปว่า "แกก็ฟังชื่อหนังสือฉันก่อนสิย่ะ" ริตาทำท่าจะแหวกับแต่ถูกคริมาแทรกไว้ก่อน
"หนังสืออะไรหรอดาว"
แพรวดาวหันมาส่งยิ้มหวานให้เพื่อนๆ ก่อนจะตอบว่า "หนังสือ 108 กระบวนท่าลีล่ารัก" พอได้ยินชื่อหนังสือเท่านั้นแหละทั้งสี่คนก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"ผมว่าพวกคุณสามคนนี่พอกันเลย" พิพัฒน์ส่านศรีษะด้วยความระอา "แล้วตอนคุณมินแกะของขวัญจะทำหน้าอย่างไงนะ" คำถามนี้เรียกเสียงหัวเราะให้ดังขึ้นอีก
"ยายมินทำหน้าไงไม่รู้ รู้แต่คุณนนท์คงชอบของขวัญของพวกเราน่าดูเลย" แพรดาวพูดหน้าตาย
งานยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ คริมาก็ขอตัวออกมาเข้าห้องน้ำแต่ระหว่างที่เธอจะกลับเข้าไปในงานเธอก็ได้ยันเสียงคนกลุ่มหนึ่งคุยกัน ปรกติเธอไม่ใช่คนอยากรู้อยากเห็นเรื่องของชาวบ้าน ถ้าไม่บังเอิญเรื่องที่คนกลุ่มนั้นคุยกันไม่ใด้มีชื่อเธอเข้าไปเกี่ยว
"ฉันคงเสียดายแย่ถ้าไม่ได้มางานนี้ สาวสวยเต็มงานเลย" ตรีภพพูดขึ้นแต่สายตาก็ยังคงมองสาวสวยเหล่านั้นอยู่ ถึงแม้เขากับเอกจะไม่ได้เรียนคณะเดียวกับอานนท์ แต่เขาสองมักไปนั้งดื่มเหล้าที่คณะธีธัทบ่อยๆ จึงทำให้รู้จักกัน
"ว่าแต่เอ็งเหอะไอ้ธีร์เล่าเรื่องคุณคีร่ามาเลยนะ" ตรีภพหันมาคาดขันเพื่อน
"คีร่าไหน" ธีธัทถามด้วนสีหน้างงๆ
"อ้าวไอ้นี้คุยกับเขาอยู่ตั้งนาน มาคีร่าไหนอีกว่ะ" ตรีภพโว้ยกลับ
"อ๋อ ผู้หญิงคนนั้นหรอ ไม่มีอะไรนิก็แค่คุยกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง" ธีธัทตอบอย่างไม่ปิดบัง
"เอ็งไม่ชอบก็ดีแล้ว..." ตรีภพยังพูดไม่จบก็ถูกแทรกขึ้นมาก่อน
"ทำไมว่ะเอ็งสนเขาหรอไอ้ตรี" เป็นเอกนั้นเองที่แทรกเข้ามา ตรีภพหันไปมองหน้าเพื่อนก่อนจะตอบ
"เอ่อ แต่เมื่อนานแล้วแล้วไม่ใช่ข้าคนเดียวหรอกผู้ชายเกือบทั้ง New York ล่ะมั้ง "
ระหว่างที่ชายหนุ่มพูดไปนั้นหญิงสาวเจ้าของหัวข้อสนทนาก็ได้แต่คิดในใจว่า 'ฉันเคยเจอหมอนี่ด้วยหรอว่ะ' สวนคนเล่าก็ยังคงเล่าต่อไป "เมื่อสองปีก่อนตอนไปเยี่ยมญาติที่โน่นนะ เลยได้รู้จักแต่รู้จักเขา แต่ข้ารู้จักเขาฝ่ายเดียวนะเขาไม่รู้จักข้าหรอก เห็นครั้งแรกก็ชอบเลยถามญาติเขาก็เลยเล่าให้ฟัง ว่าหล่อนชื่อคีร่า เป็นสาวเนื้อหอมควงผู้ชายไม่เคยซ้ำหน้า และไม่คิดจะจริงจังกลับใคร เพราะฉะนั้นเอ็งไม่คิดอะไรกับเขาก็ดีแล้ว ไม่งั้นเอ็งได้เสียใจแน่" ตรีภพพูดจบก็ยกแก้วชึ้นดื่มแก้กระหาย คริมาเกือบจะออกมาโว้ยวายแล้วถ้าไม่ได้ยินสิ่งที่เพื่อนอีกคนของธีธัทพูดซะก่อน
"คิดมากว่าไอ้ตรี เอ็งลืมไปแล้วหรอว่ะไอ้ตรี ไอ้ธีร์มันไม่สนผู้หญิงเปรี้ยวหรอก อย่างมันต้องเรียบร้อยแบบกุลสตรีชาววังเชยๆ โน้น พวกมีสมองทั้งหลายนะถึงจะสเป๊กมัน" เอกพูดขึ้น
"เอ็งต้องทำใจเพื่อนเรามันหัวโบราณ" อรรถเอ่ยล้อเพื่อน
"แล้วผิดด้วยหรอว่ะที่ข้าจะชอบแบบนี้ ผู้หญิงสวยของพวกเอ็งนะก็แค่สวยข้าเห็นเอ็งครบได้ไม่นานก็เบื่อแล้ว ก็เพราะพวกเอ็งยังมั่วแต่มองกันแค่เปลือกนี้ไงถึงยังหาคนดีๆไม่ได้" ธีธัทแย้งขึ้น
"เอ็งก็ยังหาไม่ได้ไอ้ธีร์อย่าทำมาเป็นพูดดีไป" เอกรีบประท้วงกลับ
"เอ่อ ถึงข้ายังหาไม่ได้ แต่ข้าจริงจังโว้ยไม่เล่นๆ เหมื่อนพวกเอ็ง คนเรานะถ้าคิดจะครบกันจริงๆ มันต้องดูที่นิสัย ดูที่ความดิดไม่ได้ดูแต่เปลือกอย่างที่พวกเอ็งทำ คิดว่าพวกเอ็งคงเจอกันมาเยอะไอ้ประเภทรูปสวยแต่นิสัยไม่ไหว" ธีธัทได้ที่รีบสอนเพื่อน
"สาธุ นี่เอ็งหาเมียหรือแม่ว่ะ" ตรีภพเปรยขึ้นมาลอยๆ นี่คงเป็นครังแรกที่คริมาเห็นด้วยกับตรีภพ ระหว่างที่หนุ่มๆสนทนากันต่อไปคริมาก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองอีกครั้ง ' ผู้ชายที่คิดแบบนี้มีอยู่ในโลกด้วยหรอ มองคนที่นิสัยไม่สนใจเปลือก ชอบผู้หญิงเรียบร้อยอีกตั้งหาก นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า' ระหว่างที่หญิงสาวกำลังคิดอยู่นั้นก็มีเสียงแหลมแทรกเข้ามาในโสตประสาท เป็นเสียงของคนที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุด ญาติของเธอเองคิดว่าจะไม่ได้เจอแล้วนะนี่ ยังอุสาหเจอ ดีนะที่แม่นั้นไม่เห็นเธอ
"ธีร์ค่ะ มลลี่ตามหาคุณซะทั่วงานแนะค่ะ มาอยู่ตรงนี่เอง อ้าวสวัสดีค่ะคุณเอก คุณอรรค คุณตรี" หญิงหุ่นอย่างกะนางแบบบนแคทว็อคในชุดกระอกสีแดงเพลิงแวกโน่นโชว์นี่ ส่งยิ้มหวานมาให้ทุกคน
"สวัสดีครับหาผม คุณมลมีธุระอะไรหรือเปล่าครับนี่" ธีธัทพูดไปมือก็พยายามแกะมือที่คล้องแขนของเขาอยู่
"แหมสำหรับมลลี่ต้องมีธุระด้วยหรอค่ะ" เธอพูดด้วยเสียงอ่อนเสียงหวาน "เดียวมลลี่ก็จะไม่อยู่ตั้งสองอาทิตย์นะค่ะอย่ามาบ่นคิดถึงมลลี่นะค่ะ" เธอพูดด้วยเสียงงอนๆ
"คุณจะไปไหนหรอครับคุณมลลี่" อรรถถาม
เธอยิ้มหวานสงไปให้ก่อนตอบว่า "ไปทัวร์ยุโรปกับที่บ้านค่ะ มลลี่ล่ะเบื่อจังไปกันทำไม่ทุกปีแต่ขัดใจคุณพ่อ คุณแม่ไม่ได้" เธอแสร้งทำเป็นถอนหายใจ แล้วหันไปชวนธีธัทคุยต่อไม่สนใจเพื่อนอีกสามคน
คริมาหันหลังเดินไปอีกทาง เธอเดินไปถึงกลุ่มของเธอที่กำลังยื่นคุยกันอยู่ เธอหันไปสกิดพิพัฒน์ให้หันไปมองตรงมุมที่เธอเดินจากมา มลลี่ยังคงเกอะแขนคุณธีธัทไม่ยอมไป ทั้งที่เจ้าตัวเขาพยามยามแกะแล้วแกะอีก
"พัทรู้จักคนที่คุยกับมลลี่มั้ย"
"อ้าวพัทเห็นคีคุยอยู่กับเขาตั้งนานไม่รู้จักหรอ" พิพัฒน์ถามอย่างงงๆ ก็เขาเห็นเธอยื่นคุยอยู่กับหมอนั้นตั้งนานนิว้า
"ก็คุยกันเฉยๆ ไม่ได้ถามชื่อ" คริมาเห็นว่าพิพัฒน์ตั้งท่าจะโว้ยวายเธอเลยรีบพูดดัก "บอกมาเร็วๆ ไม่ต้องโว้ยวาย"
"เขาชื่อธีธัท พัฒนะพงษ์ เป็นลูกชายคุณธานินเจ้าของธุรกิจผลิตซอฟแวร์รายใหญ่ของเมืองไทย" พิพัฒน์บอกคร่าวๆ
"มิน่ามลลี่ถึงสนใจ" คริมายังคงหันไปมองภาพของสองหนุ่มสาวด้วยแววตาครุ่นคิดบางอย่างก่อนจะยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างคนเจ้าเลห์
"หาประวัติเขาให้หน่อยสิเอาละเอียดเลยนะ" คริมาหันไปสั่งพร้อมรอยยิ้มหวาน
"อยากรู้ไปทำไม" พิพัตน์หันไปถาม แต่เมื่อคริมาเอาแต่ยิ้มไม่ตอบเขาเลยถามต่อว่า "จะเอาเมื่อไหร่ครับเจ้านาย"
คริมาทำหน้าใช้ความคิดก่อนจะยิ้มหวานสำหรับคนอื่นมาให้ แต่เป็นยิ้มขมสำหรับพิพัฒน์ ก็ยิ้มแบบนี้ที่ไรเขาเหนื่อยทุกที
"วันนี้วันเสาร์พรุ่งนี้วันอาทิตย์ อืมหวังว่าวันจันทร์คงเห็นบนโต๊ะทำงานนะ"
"โห้" พิพัฒน์ส่งสายตาเคืองๆ มาให้ "โหดร้าย"
คริมายิ้มขำกับท่าทางนั้น "น่าเดียวให้วางวัล" พิพัฒน์ทำท่างอนเล็กน้อยก่อนแสร้งพยักหน้ายอมรับแบบไม่ค่อบเต็มใจนัก คริมายิ้มให้พิพิฒน์อย่างจริงใจ
พิพัฒน์ก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งไม่ว่าอะไรที่เธอต้องการพิพัฒน์จะทำให้เสมอ หลายคนมักเข้าใจว่าคริมากับพิพัฒน์เป็นคู่รักกัน เพราะทั้งคู่สนิทกันมาก แต่ความจริงแล้วทั้งคู่รักกันแบบพี่น้องเท่านั้น
พิพัฒน์อายุมากกว่าคริมาหนึ่งปี เขาเป็นลูกของลุงพรชัยทนายความของครอบครัวเธอ พ่อรักและไว้ใจลุงพรชัยมากและลุงพรชัยก็ตอบแทนพ่อด้วยความซื่อสัตย์เสมอมา พิพัฒน์มักจะมาเล่นกับคริมาทุกเสาร์อาทิตย์ เพราะตามพ่อของเขามาที่บ้านของเธอ จึงทำให้ทั้งคู่สนิทกันมาก แล้วเมื่ออายุ 8 ปีคริมาก็ถูกส่งไปเรียนเมืองนอกคนเดียว ตอนนั้นคริมายอมรับว่าเธอเหงามากอยากกลับบ้าน
แต่แล้วเรื่องร้ายที่เธอไม่คิดว่าจะเกิดกับเธอก็เกิดขึ้น พ่อแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเครื่องบินตกเสียชีวิต เธอเสียใจร้องไห้ไม่เป็นอันกินอันนอน เธอจำได้ว่าลุงพรชัยไปรับเธอกลับมาจากอเมริกาเ พื่อมางานของพ่อกับแม่หลังเสร็จงาน ที่แรกลุงพรชัยจะให้เธอเรียนต่อที่เมืองไทย แต่เธอยืนยันที่จะกลับไปเพราะเธอไม่สามารถทนอยู่บ้านที่เต็มไปด้วยร่องรอยของพ่อกับแม่ไม่ได้ แล้วอีกเหตุผลที่สำคัญคือแม่เคยให้เหตุผลในการส่งเธอไปเรียนเมืองนอกว่า อยากให้เธอจบจากมหาลัยเดียวกับแม่และพ่อ นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอจะทำให้แม่และพ่อของเธอได้ เธอจึงยืนยันที่จะกลับไปเรียนต่อ
ลุงพรชัยเลยส่งพิพัฒน์ไปเรียนต่อเป็นเพื่อน เธอรู้สึกดีมากอย่างน้อยเธอก็ไม่เหงาไม่ได้อยู่คนเดียว พิพัฒน์มักตามใจเธอทุกอย่างจนหลายคนมองว่าเขาตามใจเธอมากไป มีคนเคยพูดกับพิพัตน์ว่า 'ตามใจกันเข้าไป ระวังเถอะหล่อนจะเสียคน เรียนไม่จบ' แต่เขาก็ไม่สนใจยังคงปล่อยให้คริมาใช้ชีวิตในแบบของเธอ เช้าไปเรียนตกเย็นเข้าผับดื่มเหล้า ฟังเพลง เธอรู้ว่าถึงแม้พิพัฒน์จะไม่แสดงออกอะไร แต่ก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเธอมาก
และรู้ด้วยว่าพิพ้ฒน์พร้อมจะเล่นงานเธอทันที่ถ้าเธอทำตัวเหลวไหล ก็ดูอย่างตอนนั้นที่เธอเมาแฮงค์จนไม่สามารถตื่นไปเรียนได้เขาก็ดูแลเธอเป็นอย่างดี จนพอเธออาการดีขึ้นเขาก็ยิ้มแย้มแจ๋มใส พูดด้วยน้ำเสียงน่าฟังสำหรับคนอื่นแต่ไม่ใช่สำหรับเธอว่า 'ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปฉันจะดูแลเธอไม่ให้ขาดสายตาเลย' พร้อมกับร้อยยิ้มสดใส คนอื่นอาจมองว่าเขาลงโทษเธอน้อยไป กับการถูกคุ้มความประพฤติแค่สองอาทิตย์ เพราะเธอยังคงไปเที่ยว ดื่มเหล้า ฟังเพลงได้ตามปรกติเพียงแต่มีพิพัฒน์ไปด้วยเท่านั้นเอง แต่ไม่มาโดนเองไม่มีใครรู้หรอก ว่าไอ้การไปไหนมาไหนแล้วมีคนตามนี่มันอึดอัดแค่ไหน แม้แต่ไปเข้าห้องน้ำพิพัฒน์ก็ตามไป แต่ที่เธอเซ้งสุดๆ ก็เห็นจะเป็นที่เธอต้องไปนั้นเฝ้าเขาซ้อมบาตเกสบอลทุกเย็นจน 2 ทุ่มนี่สิ ถ้าให้ไปดูแข่งบาสเกตบอลก็ว่าไปอย่าง แต่ให้ไปนั้งดูซ้อม เฮ้อ! น่าเบื่อที่สุด ไม่รู้ว่าพิพัฒน์หายตัวได้หรือเปล่าก็ไม่รู้เพราะเมื่อออดดังปุบ เขาก็จะมายืนรอเธอหน้าห้องปรับ ต่อให้เธอรีบยังไงก็ไม่เคยทันเขาสักที่
หลังจากครบสองอาทิตย์เขาก็ยิ้มให้แล้วพูดว่า 'ดีจังมีสาวสวยมานั้นเฝ้าเวลาซ้อมทุกวัน วันหลังมาอีกนะ' เขายักคิ้วให้ที่นึงแล้วก็เดินจากไป คริมาหัวเราะออกมาเมื่อนึกมาถึงตอนนี้ทำให้ชายหนุมข้างกายหันมามองอย่างสนใจ
"หัวเราะอะไรคี" พิพัฒน์ถาม
"ไม่มีอะไรแค่คิดถึงเรื่องเก่าๆ ถ้าคืนนี้ฉันเมาแล้วแฮงค์อีกนายจะลงโทษฉันอย่างไงน้า" คริมาถามขึ้นลอยๆ แต่กลับสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของพิพัฒน์ได้
edit @ 2006/09/14 08:29:20
edit @ 2006/09/14 08:29:50